0 Comments

พฤติกรรมพูดไม่จริง หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “โกหก” จะเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมของเด็กที่สามารถพบเห็นได้บ่อย ๆ และเมื่อพ่อแม่มารู้ความจริงอาจจะทำให้รู้สึกแย่ได้ ซึ่งในบางครั้งพ่อแม่ไม่ได้รู้หรือแย่หรือกังวลในเรื่องที่โกหก แต่กังวลที่ลูกมีนิสัยโกหกนั่นเอง เพราะกลัวว่าหากโตขึ้นลูกจะติดนิสัยเหล่านี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือ พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกรู้ว่าการโกหกเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นการโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ หรือการโกหกเพื่อปกปิดความผิดใด ๆ ก็ตาม

เหตุผลที่เด็กส่วนใหญ่เลือกที่จะโกหก

รู้หรือไม่ว่าการโกหกของเด็กมักจะมีเหตุผลที่พ่อแม่อาจจะคาดไม่ถึง อย่างเช่น การโกหกเพื่อให้คนอื่นสนใจ หรือเพื่อเป็นที่ยอมรับ โกหกเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือการโดนลงโทษ การโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ หรือการโกหกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้พ่อแม่ควรดูในเรื่องของพัฒนาการตามวัยของเด็ก เพราะเด็กแต่ละวัยจะมีความคิดและพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป อาจจะยังแยกความจริงและความไม่จริงไม่ออก 

ดังนั้นในส่วนนี้จะมีวิธีการรับมือและแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น หากเด็กอายุ 3 ปีบอกว่าขี่มังกรไปโรงเรียน จะถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากเด็กอายุ 11 ปีบอกว่าขี่มังกรไปโรงเรียนจะถือเป็นเรื่องแปลก เพราะเด็กบางกลุ่มจะมีความเสี่ยงต่อพฤติกรรมที่โกหกมากกว่าเด็กทั่ว ๆ ไป เช่น เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า มีปัญหาในเรื่องการเรียน หรือมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์ เป็นตน

พูดคุยกับเด็กด้วยข้อเท็จจริง ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด

หากลูกมีพฤติกรรมโกหก สิ่งที่พ่อแม่ควรกระทำ คือ การพูดคุยข้อเท็จจริงกับลูก แต่จะต้องห้ามใช้อารมณ์โดยเด็ดขาด เพราะหากใช้อารมณ์พูดคุยจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่แย่ลงกว่าเดิม และทำให้ความสัมพันธ์ของเด็กกับพ่อแม่แย่ลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นพ่อแม่ควรแสดงความเป็นห่วงที่ลูกมีพฤติกรรมโกหก พูดคุยถึงปัญหาต่าง ๆ และหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และให้ลูกได้เรียนรู้ว่าผลที่ตามมาของการโกหกเป็นอย่างไร เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ และแก้ไขพฤติกรรมของตนเอง

วิธีรับมือสำหรับพ่อแม่ หากลูกมีพฤติกรรมโกหก

สิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ที่ลูกมีพฤติกรรมโกหก คือ พ่อแม่จะต้องเรียนรู้วิธีการรับมืออย่างถูกต้อง และหาทางแก้ไขหากลูกโกหก เพื่อให้ลูกได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อย่างเช่น

  • ให้โอกาสลูกได้ชี้แจง และทำความเข้าใจ
  • พูดคุยถึงข้อตกลง และบทลงโทษหากโกหกอีกครั้ง
  • หลีกเลี่ยงการสอนหรือพูดคุยแบบยืดยาว เพราะจะทำให้เด็กเบื่อได้ง่าย
  • ไม่ตราหน้าว่าเป็นเด็กขี้โกหก หรือเด็กเลี้ยงแกะ
  • หากเด็กเสียใจ หรือรู้สึกผิด ให้สอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้

อย่างไรก็ตามพ่อแม่จะเป็นครูคนแรกของลูก ดังนั้นพฤติกรรมของพ่อแม่จะส่งผลถึงพฤติกรรมของลูกด้วยเช่นกัน หากพ่อแม่ไม่ต้องการให้ลูกมีพฤติกรรมโกหก พ่อแม่ก็จะต้องไม่โกหกเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก

Related Posts

My child is LGBTQ+.

ลูกเป็น LGBTQ+ พ่อแม่ควรเลี้ยงลูกอย่างไรเหมาะสมที่สุด

ต้องยอมรับเลยว่าในเรื่องของ “ความหลากหลายทางเพศ” จะเป็นเรื่องที่มีความละเอียดอ่อนอย่างมาก และโดยส่วนใหญ่แล้วจะเห็นได้ชัดตั้งแต่เด็ก ส่งผลให้การทำความเข้าใจในเรื่องความหลากหลายทางเพศ เป็นสิ่งที่พ่อแม่ทุกคนต้องทำความเข้าใจ และยอมรับให้ได้ เนื่องจากพ่อแม่จำเป็นต้องให้ความรู้และความเข้าใจแก่ลูก อีกทั้งยังต้องรับมืออย่างเหมาะสม เพื่อมอบความสุข…

Parenting for Modern Parents

การเลี้ยงลูกสำหรับพ่อแม่ยุคใหม่ เลี้ยงลูกอย่างไรให้ลูกสบายใจมากที่สุด

เชื่อว่าในปัจจุบันจะต้องมีพ่อแม่มือใหม่เพิ่มขึ้นอย่างแน่นอน และการเลี้ยงลูกหลายคนอาจจะบอกว่าเป็นเรื่องง่าย แต่ความจริงแล้วการเลี้ยงเด็กคนหนึ่งให้เติบโตมาอย่างดี และมีคุณภาพนั้น จะไม่ใช่เรื่องง่ายเลยทีเดียว เพราะพ่อแม่จำเป็นต้องทำงานข้างนอกบ้านทุก ๆ วัน และด้วยสภาพเศรษฐกิจต่าง ๆ…

Teach your child the difference between right and wrong.

ควรสอนให้ลูกรู้จักถูก-ผิดตั้งแต่อายุเท่าไหร่ดีที่สุด

เชื่อได้เลยว่าพ่อแม่หลาย ๆ คนมักจะปล่อยผ่านหากลูกของเรามีอารมณ์ฉุนเฉียว หรือไม่รู้ว่าสิ่งใดถูกสิ่งใดผิด เพราะจะบอกเพียงแค่ว่าลูกยังเด็กและยังไม่สามารถแยกถูกกับผิดได้ แต่พ่อแม่ทุกคนรู้หรือไม่ว่า ความจริงแล้วการสอนให้ลูกรู้ถูกผิด ควรสอนลูกเอาไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ เพื่อให้ลูกเข้าใจ…