พฤติกรรมพูดไม่จริง หรือเรียกง่าย ๆ ว่า “โกหก” จะเป็นอีกหนึ่งพฤติกรรมของเด็กที่สามารถพบเห็นได้บ่อย ๆ และเมื่อพ่อแม่มารู้ความจริงอาจจะทำให้รู้สึกแย่ได้ ซึ่งในบางครั้งพ่อแม่ไม่ได้รู้หรือแย่หรือกังวลในเรื่องที่โกหก แต่กังวลที่ลูกมีนิสัยโกหกนั่นเอง เพราะกลัวว่าหากโตขึ้นลูกจะติดนิสัยเหล่านี้ ดังนั้นสิ่งสำคัญก็คือ พ่อแม่จะต้องสอนให้ลูกรู้ว่าการโกหกเป็นพฤติกรรมที่ไม่ดี ไม่ว่าจะเป็นการโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ หรือการโกหกเพื่อปกปิดความผิดใด ๆ ก็ตาม
เหตุผลที่เด็กส่วนใหญ่เลือกที่จะโกหก
รู้หรือไม่ว่าการโกหกของเด็กมักจะมีเหตุผลที่พ่อแม่อาจจะคาดไม่ถึง อย่างเช่น การโกหกเพื่อให้คนอื่นสนใจ หรือเพื่อเป็นที่ยอมรับ โกหกเพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาหรือการโดนลงโทษ การโกหกเพื่อให้คนอื่นสบายใจ หรือการโกหกเพื่อให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ เป็นต้น ซึ่งในส่วนนี้พ่อแม่ควรดูในเรื่องของพัฒนาการตามวัยของเด็ก เพราะเด็กแต่ละวัยจะมีความคิดและพัฒนาการที่แตกต่างกันออกไป อาจจะยังแยกความจริงและความไม่จริงไม่ออก
ดังนั้นในส่วนนี้จะมีวิธีการรับมือและแก้ปัญหาที่แตกต่างกันออกไป อย่างเช่น หากเด็กอายุ 3 ปีบอกว่าขี่มังกรไปโรงเรียน จะถือเป็นเรื่องปกติ แต่หากเด็กอายุ 11 ปีบอกว่าขี่มังกรไปโรงเรียนจะถือเป็นเรื่องแปลก เพราะเด็กบางกลุ่มจะมีความเสี่ยงต่อพฤติกรรมที่โกหกมากกว่าเด็กทั่ว ๆ ไป เช่น เด็กที่มีพัฒนาการล่าช้า มีปัญหาในเรื่องการเรียน หรือมีปัญหาเรื่องพฤติกรรมและอารมณ์ เป็นตน
พูดคุยกับเด็กด้วยข้อเท็จจริง ห้ามใช้อารมณ์เด็ดขาด
หากลูกมีพฤติกรรมโกหก สิ่งที่พ่อแม่ควรกระทำ คือ การพูดคุยข้อเท็จจริงกับลูก แต่จะต้องห้ามใช้อารมณ์โดยเด็ดขาด เพราะหากใช้อารมณ์พูดคุยจะทำให้เด็กมีพฤติกรรมที่แย่ลงกว่าเดิม และทำให้ความสัมพันธ์ของเด็กกับพ่อแม่แย่ลงด้วยเช่นกัน ดังนั้นพ่อแม่ควรแสดงความเป็นห่วงที่ลูกมีพฤติกรรมโกหก พูดคุยถึงปัญหาต่าง ๆ และหาวิธีการแก้ไขปัญหาอย่างถูกต้อง และให้ลูกได้เรียนรู้ว่าผลที่ตามมาของการโกหกเป็นอย่างไร เพื่อให้ลูกได้เรียนรู้ และแก้ไขพฤติกรรมของตนเอง
วิธีรับมือสำหรับพ่อแม่ หากลูกมีพฤติกรรมโกหก
สิ่งสำคัญสำหรับพ่อแม่ที่ลูกมีพฤติกรรมโกหก คือ พ่อแม่จะต้องเรียนรู้วิธีการรับมืออย่างถูกต้อง และหาทางแก้ไขหากลูกโกหก เพื่อให้ลูกได้ปรับเปลี่ยนพฤติกรรม อย่างเช่น
- ให้โอกาสลูกได้ชี้แจง และทำความเข้าใจ
- พูดคุยถึงข้อตกลง และบทลงโทษหากโกหกอีกครั้ง
- หลีกเลี่ยงการสอนหรือพูดคุยแบบยืดยาว เพราะจะทำให้เด็กเบื่อได้ง่าย
- ไม่ตราหน้าว่าเป็นเด็กขี้โกหก หรือเด็กเลี้ยงแกะ
- หากเด็กเสียใจ หรือรู้สึกผิด ให้สอนว่าสิ่งเหล่านี้เป็นอารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้
อย่างไรก็ตามพ่อแม่จะเป็นครูคนแรกของลูก ดังนั้นพฤติกรรมของพ่อแม่จะส่งผลถึงพฤติกรรมของลูกด้วยเช่นกัน หากพ่อแม่ไม่ต้องการให้ลูกมีพฤติกรรมโกหก พ่อแม่ก็จะต้องไม่โกหกเช่นเดียวกัน เพื่อเป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ลูก
