หากใครเคยสังเกตจะเห็นได้ชัดเลยว่า ในปัจจุบันมักจะพบเห็นเด็กที่เป็นออทิสติกกันมากยิ่งขึ้น แต่เกิดขึ้นจากสาเหตุใดนั้น จะยังไม่สามารถระบุได้อย่างแน่ชัด โดยส่วนใหญ่แล้วออทิสติกมักจะแสดงอาการในช่วงอายุประมาณ 2-3 ปี ดังนั้นในส่วนนี้พ่อแม่ทุกคนจะต้องให้ความสำคัญ และหมั่นสังเกตอาการของลูกให้ดี เพราะหากลูกมีอาการหรือมีความเสี่ยงเป็นออทิสติก จะได้เข้ารับการรักษาได้อย่างรวดเร็วมากขึ้น
รู้จักกับออทิสติก คืออะไร
ออทิสติก หมายถึง ภาวะผิดปกติตั้งแต่กำเนิด ที่จะมีความผิดปกติของยีนส์ ซึ่งความผิดปกตินี้จะส่งผลต่อพัฒนาการในด้านต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็น ทางด้านอารมณ์ พฤติกรรม การเข้าสังคม และการสื่อสาร เป็นต้น เด็กที่เป็นออทิสติกส่วนใหญ่แล้ว จะแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไป บางคนอาจจะชอบทำพฤติกรรมเดิมซ้ำ ๆ หรือบางคนอาจจะชอบพูดเลียนแบบ เป็นต้น และในเด็กบางคนเป็นหนักถึงขั้นส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันเลยทีเดียว
สัญญาณเตือนออทิสติกในเด็กเล็ก ที่พ่อแม่ไม่ควรมองข้าม
โดยปกติแล้วเด็กที่เป็นออทิสติกทุก ๆ คน มักจะแสดงอาการที่แตกต่างกันออกไป สามารถพบเห็นได้หลายรูปแบบ แต่จะมีบางพฤติกรรมที่แสดงออกคล้ายคลึงกัน อย่างเช่น ไม่หันเมื่อเรียกชื่อ ไม่สบตา มักจะพูดภาษาแปลก ๆ ออกมา หรือมีปัญหาในเรื่องการสนทนา เป็นต้น และนอกจากนี้ยังมีอาการอื่น ๆ อีกมากมาย ที่พ่อแม่สามารถสังเกตได้ง่าย ๆ ดังนี้
- ด้านการสื่อสาร: ในด้านของการสื่อสารนั้นจะเห็นได้ชัดเจนที่สุด เพราะเด็กที่เป็นออทิสติกจะพูดช้า และพูดน้อยกว่าเด็กทั่วไป รวมทั้งการใช้ไวยากรณ์ที่ไม่ถูกต้อง หรือเรียงลำดับคำพูดไม่ถูก ฟังแล้วไม่เข้าใจ ใช้ภาษาท่าทางไม่ได้ และไม่มองตามเมื่อมีคนชี้นิ้ว ซึ่งพฤติกรรมเหล่านี้สามารถบอกได้ว่าเด็กเป็นออทิสติกหรือไม่
- ด้านพฤติกรรม: โดยปกติแล้วเด็กที่เป็นออทิสติกมักจะชอบทำอะไรซ้ำ ๆ อย่างเช่น หมุนตัว เขย่งเท้าตลอดเวลา หรือสะบัดมือ เป็นต้น หรือเด็กบางคนอาจจะหมกมุ่นอยู่กับการจ้องมองอะไรบางอย่าง เช่น การมองพัดลม มองล้อรถ มองใบพัด หรือมีพฤติกรรมที่กระทำสิ่งใดซ้ำ ๆ ทุกวัน
- ด้านการเข้าสังคม: ส่วนใหญ่แล้วเด็กที่มีภาวะออทิสติกมักจะไม่สบตากับคนอุ้ม หรือไม่ตอบสนองต่อการเรียกชื่อ ไม่ยิ้ม ไม่หัวเราะ และไม่มีท่าทีในการเรียกร้องความสนใจใด ๆ เลย ส่งผลให้เด็กที่มีภาวะออทิสติกไม่กลัวคนแปลกหน้า และไม่กลัวการแยกกับพ่อแม่เท่าไหร่นัก ซึ่งในส่วนนี้จะแตกต่างจากเด็กทั่วไปโดยสิ้นเชิง
ถือเป็นอีกหนึ่งโรคที่พ่อแม่ควรสังเกตอาการของลูกให้ดี เพื่อเตรียมพร้อมรับมือได้อย่างถูกต้อง และเหมาะสมมากที่สุด ทั้งนี้ออทิสติกจะมีหลายระดับ หากลูกบ้านไหนเป็นออทิสติก สามารถสอบถามกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ และเข้ารับการรักษาต่อไปได้
